NT ต้อนรับคณะกรรมาธิการสื่อสารฯ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่นครพนม ติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการสื่อสารชายแดน
นายเปรมวิทย์ เปรมบัญชา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายศศิธร สกุลปีบ ผู้จัดการฝ่ายขายและปฏิบัติการลูกค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นายสุกิจ วงษ์ทรงยศ ผู้จัดการส่วนสนับสนุนและบริการกลุ่ม นางพิมพา โพธาราม โทรคมนาคมจังหวัดนครพนม พร้อมทีมงานให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายอลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและการพัฒนาเมืองชายแดนจังหวัดนครพนม โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและให้ข้อมูล ณ ห้องประชุมอาคารส่วนขายและบริการลูกค้า นครพนมบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ในการประชุม คณะกรรมาธิการได้รับฟังสรุปสถานการณ์และปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารของจังหวัดนครพนม ตลอดจนผลการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. เขต 25 (นครพนม) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) สำนักงานสถิติจังหวัดนครพนม สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม และไปรษณีย์จังหวัดนครพนม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของจังหวัด
จังหวัดนครพนมได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านดิจิทัลที่สำคัญ อาทิ การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุม 381 หมู่บ้าน และได้ปรับเพิ่มความเร็วเป็น 300/300 Mbps เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการดิจิทัลของประชาชน รวมถึงการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงดินในเขตเมือง เพื่อยกระดับภูมิทัศน์และความปลอดภัย ตลอดจนการตรวจสอบสัญญาณโทรคมนาคมตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบเชื่อมโยงโครงข่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ จังหวัดนครพนมยังรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 104 แห่ง ได้ใช้งานระบบ e-Office และมีการผลักดันการใช้ระบบคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งดำเนินโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่านอาสาสมัครดิจิทัล ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการข้อมูล การเฝ้าระวังภัยพิบัติ การสนับสนุนภาคการเกษตร การท่องเที่ยว และการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน